วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การเข้าค่ายฟิสิกส์ในชีวิตประจำวัน ปี 2554

โครงการ                             การเข้าค่ายฟิสิกส์ในชีวิตประจำวัน
แผนงบประมาณ               เร่งรัดปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
สนองกลยุทธ์                     พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับฯ
จุดเน้น                                เพิ่มศักยภาพนักเรียนด้านวิทยาศาสตร์  ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ผู้รับผิดชอบ                       กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ลักษณะของโครงการ       โครงการใหม่
ระยะเวลาดำเนินการ        กุมภาพันธ์  2554 – กันยายน 2554

 
1.  หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นวิชาที่มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ด้นสังคม ด้านการศึกษา ด้านอุตสาหกรรม และด้านเกษตรกรรม จากการสังเกตประเทศที่พัฒนาแล้วและมีเศรษฐกิจดี มีรายได้ประชากรสูง ประเทศเหล่านั้นจะมีการส่งเสริมกิจกรรมและเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปสู่เยาวชนและประชาชนทั่วไปให้มีความรู้ความเข้าใจ มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ การประดิษฐ์ มีจิตสำนึกทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตระหนักถึงผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนรู้จักเลือกและใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ประกอบกับการจัดกระบวนการเรียนการสอนในปัจจุบันจำเป็นต้องเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง มีทักษะกระบวนการในการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบและเป็นคนมีเหตุผลในการคิด สามารถนำความรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ไปบูรณาการใช้ในการดำเนินชีวิตได้ และสามารถคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์  มีวิธีแก้ปัญหา สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข รู้จักเสียสละและทำประโยชน์ให้แก่สังคม
ดังนั้นโรงเรียน จึงได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว และได้ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมเข้าค่ายฟิสิกส์ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป้นวิทยาศาสตร์ที่เน้นทักษะกระบวนการ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานักเรียนซึ่งเป็นเยาวชนของประเทศ และส่งเสริมศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ ตลอดจนเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ให้สูงขึ้น
2.  วัตถุประสงค์
                              1.  นักเรียนมีความตระหนักถึงความสำคัญและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนฟิสิกส์
                              2.  นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ และมีความสามารถในกระบวนการทางฟิสิกส์
                              3.  เพื่อให้นักเรียนมีทักษะสัมพันธ์ระหว่างบุคคล พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ มีความสามัคคีในหมู่คณะ ฝึกการทำงานเป็นกลุ่มและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
3.  เป้าหมาย
             นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 50 
4.  ตัวชี้วัดความสำเร็จ
               ผลผลิต (Outputs)
1.  นักเรียนมีความตระหนักถึงความสำคัญ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนฟิสิกส์
2.  นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ และมีความสามารถในกระบวนการทางฟิสิกส์
3.  เพื่อให้นักเรียนมีทักษะสัมพันธ์ระหว่างบุคคล พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ มีความสามัคคีในหมู่คณะ ฝึกการทำงานเป็นกลุ่มและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
               ผลลัพธ์ (Outcomes)
1.  นักเรียนมีความตระหนักถึงความสำคัญ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนฟิสิกส์
2.  นักเรียนสามารถนำความรู้ ทักษะกระบวนการและประสบการณ์ตรงจากการทดลองทางฟิสิกส์ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
5.  สถานที่ดำเนินการ
โรงเรียนกลันทาพิทยาคม ตำบลกลันทา อำเภอเมือง  จังหวัดบุรีรัมย์
6. ระยะเวลาดำเนินการ
1           กุมภาพันธ์ 2554  ถึง 30 กันยายน 2554
งบประมาณ                              บาท
7.  กิจกรรมและการดำเนินการ
                    1.เขียนโครงการ
                    2. ประชุมชี้แจงโครงการ
                   3. ดำเนินงานตามโครงการ
                   4รายงานผลโครงการ
                   5. สรุปผลโครงการ

8.การติดตามประเมินผล
                   1. การสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน
                   2. การสังเกต
                  3. การทดสอบก่อนและหลังเข้าค่าย
9.   ผลที่คาดว่าจะได้รับ
               1.  นักเรียนมีความตระหนักถึงความสำคัญและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนฟิสิกส์
                2.  นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ และมีความสามารถในกระบวนการทางฟิสิกส์
               3.  เพื่อให้นักเรียนมีทักษะสัมพันธ์ระหว่างบุคคล พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ มีความสามัคคีในหมู่คณะ ฝึกการทำงานเป็นกลุ่มและอยู่ร่วมกันอย่างมี

                                                            (ลงชื่อ)          จุฑารัตน์ อุสาทรัพย์                               ผู้เสนอโครงการ
                (นางสาวจุฑารัตน์ อุสาทรัพย์)          


โรงเรียนกลันทาพิทยาคม ได้จัดโครงการค่ายฟิสิกส์ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้นักเรียนได้เปลี่ยนบรรยากาศในการเรียนรู้ สร้างเสริมประสบการณ์ตรง พบว่า
1. สรุปผล
1.1 เป้าหมายด้านปริมาณ
1.1.1 นักเรียน ที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 50 คน
1.2 เป้าหมายด้านคุณภาพ จากการประเมินความพึงพอใจโดยใช้แบบสอบถาม พบว่า
1.2.1 โครงการค่ายฟิสิกส์ในชีวิตประจำวัน ประจำปี 2554 พบว่า ความพึงพอใจเฉลี่ยเท่ากับ 4.58 มีระดับความพึงพอใจ มากที่สุด
1.2.2 นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรง สามารถศึกษาค้นคว้า และพัฒนาตนเอง
1.2.3 นักเรียนเกิดความตระหนักถึงความสำคัญด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี
1.2.4 นักเรียนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน และเกิดความสามัคคีในชั้นเรียน
2. ข้อเสนอแนะ
1.ควรให้ผู้ปกครองนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วม
2.ควรให้นักเรียนในระดับชั้นอื่นๆได้เข้าร่วมกิจกรรม
3.ควรมีกิจกรรมที่หลายหลาย
4. ควรมีวิทยากรจากที่อื่นมาให้ความรู้













โครงสร้างของเนื้อเยื่อเจริญ


โครงสร้างของเนื้อเยื่อเจริญ

            เนื้อเยื่อเจริญคือ เนื้อเยื่อพืชซึ่งประกอบด้วยเซลล์ที่สามารถแบ่งตัวแบบไมโทซิส (Mitosis) ได้ตลอดเวลา ลักษณะเป็นเซลล์ที่มีชีวิต มีรูปร่างหลายแบบ ส่วนมากรูปร่างหลายเหลี่ยมหรือค่อนข้างกลม มีขนาดเล็ก ผนังเซลล์บาง นิวเคลียสใหญ่ ไซโทพลาสซึมเต็มเซลล์ แวคิวโอลเล็กหรือไม่มีการเรียงตัวของเซลล์อยู่ชิดกันมากจนไม่มีช่องว่างระหว่างเซลล์ (Intercellular space) เซลล์ของเนื้อเยื่อเจริญเหล่านี้เมื่อหยุดแบ่งตัวแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพไปเป็นเนื้อเยื่อถาวรต่อไป
        ชนิดของเนื้อเยื่อเจริญเมื่อจำแนกตามตำแหน่งที่อยู่ในส่วนของพืชแบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ
                 1. เนื้อเยื่อเจริญปลายยอด (Apical meristem) เป็นเนื้อเยื่อเจริญที่อยู่บริเวณปลายยอด 
ปลายราก ปลายกิ่ง และที่ตา ทำหน้าที่ช่วยให้ส่วนต่างๆ ของพืชยืดยาวและสูงขึ้น









             2. เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง (Lateral meristem) เป็นเนื้อเจริญที่อยู่บริเวณด้านข้างของลำต้นและรากในพืชใบเลี้ยงคู่ที่มีการเจริญทุติยภูมิ ทำหน้าที่ช่วยเพิ่มขนาดทางด้านข้างหรือเพิ่มความหนาของลำต้นและราก ได้แก่ วาสคิวลาร์แคมเบียม (Vascular cambium) และคอร์กแคมเบียม (Cork cambium) 





          

3. เนื้อเยื่อเจริญระหว่างปล้อง (Intercalary meriatem) เป็นเนื้อเยื่อเจริญที่อยู่บริเวณข้อหรือเหนือข้อ พบในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ทำหน้าที่ช่วยเพิ่มความยาวของปล้อง

ชนิดของเนื้อเยื่อเจริญเมื่อจำแนกตามการเกิดและการเจริญเติบโตจำแนกได้เป็น 3 ชนิด คือ

1. เนื้อเยื่อเจริญเริ่มแรกหรือโพรเมอริสเต็ม (Promeristem) เป็นเนื้อเยื่อเจริญที่เกิดขึ้นใหม่จากกลุ่มเซลล์ที่มีรูปร่าง ขนาด และลักษณะคล้ายกันมาก ผนังเซลล์บาง นิวเคลียสใหญ่ แวคิวโอลเล็กหรือไม่มีไซโทพลาสซึมข้น กิจกรรมทางเคมีของพืชสูง และการเรียงตัวของเซลล์ชิดกันไม่มีช่องว่างระหว่างเซลล์ เนื้อเยื่อเจริญกลุ่มนี้พบมากบริเวณ ปลายยอด ปลายราก ปลายกิ่ง และตา

2. เนื้อเยื่อเจริญปฐมภูมิ (Primary meristem) เป็นเนื้อเยื่อเจริญที่ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ที่ได้มาจากการแบ่งตัวของเซลล์ในกลุ่มเนื้อเยื่อเจริญเริ่มแรกหรือโพรเมอริสเต็ม มีการเจริญพัฒนาเปลี่ยนลักษณะรูปร่าง กิจกรรมทางเคมีและคุณสมบัติทางสรีรวิทยาไปจากเดิมแต่ยังไม่สมบูรณ์นัก ทำให้ได้กลุ่มเซลล์ใหม่ 3 กลุ่ม คือ โพรโทเดิร์ม (Protoderm) โพรแคมเบียม (Procambium) และกราวด์เมอริสเต็ม (Ground meristem) กลุ่มเซลล์เหล่านี้จะพบในบริเวณที่ต่ำกว่าปลายยอดและเหนือปลายรากเล็กน้อย ในบริเวณที่เซลล์มีการขยายตัว เนื้อเยื่อเจริญชนิดนี้ยังคงมีการแบ่งเซลล์ การเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลงรูปร่างต่อไป

3. เนื้อเยื่อเจริญทุติยภูมิ (Secondary meristem) เป็นเนื้อเยื่อเจริญที่ประกอบด้วย กลุ่มเซลล์ที่เจริญเปลี่ยนแปลงมาจากเนื้อเยื่อเจริญปฐมภูมิ หรือมาจากเนื้อเยื่อถาวรปฐมภูมิบางชนิด เพื่อทำหน้าที่เพิ่มและขยายขนาดความหนาทางด้านข้างของพืช โดยมีการแบ่งตัวและเจริญไปเป็นเนื้อเยื่อถาวรทุติยภูมิ พบในส่วนลำต้นและรากของพืชใบเลี้ยงคู่ และจิมโนสเปิร์ม (สน และ ปรง) เป็นต้น

เนื้อเยื่อเจริญทุติยภูมินี้ประกอบด้วยเนื้อเยื่อที่สำคัญ 2 ชนิดคือ

3.1 วาสคิวลาร์แคมเบียม (Vascular cambium) เป็นเนื้อเยื่อเจริญที่อยู่ระหว่างกลุ่มท่อน้ำ (Xylem) และ ท่ออาหาร (Phloem) โดยเจริญมาจากโพรแคมเบียมที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปเป็นเนื้อเยื่อถาวรตั้งแต่แรก หรือเจริญมาจากพาเรงคิมาที่อยู่ระหวางท่อลำเลียงเพื่อทำหน้าที่สร้างเนื้อเยื่อถาวร กลุ่มท่อลำเลียงทุติยภูมิคือ ไซเลมทุติยภูมิ (Secondary xylem) และโฟลเอ็มทุติยภูมิ (Secondary phloem)

3.2 คอร์ก แคมเบียม (Cork cambium) หรือเฟลโลเจน (Phellogen) เป็นเนื้อเยื่อที่เกิดจากการแบ่งตัวของพาเรงคิมาที่แปรสภาพกลับกลายไป (Differentiation และ Redifferentiation) เป็นเนื้อเยื่อเจริญ เกิดขึ้นใกล้ๆ กับเอพิเดอร์มิสในบริเวณคอร์เทกซ์ (Cortex) ของลำต้น หรือใน เพอริไซเคิล (Pericycle) ของราก เซลล์มีลักษณะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าค่อนข้างแบน ผนังบาง เรียงตัวกันแน่น ไม่มีช่องว่างระหว่างเซลล์ มีหน้าที่สร้างคอร์กในส่วนผิวของลำต้นและรากที่มีการเจริญแบบทุติยภูมิ





วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556

โครงการสวนพฤษศาสตร์โรงเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปี 2556

โครงการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
โรงเรียนกลันทาพิทยาคม
ชื่อโครงการ       สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
1. หลักการและเหตุผล
            ตามที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี   ทรงมีพระราชดำริบางประการเกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช   ซึ่งมีใจความดังต่อไปนี้
            การสอนและอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนั้น   ควรใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็กเห็นความงดงาม   ความสนใจ  และเกิดความปิติที่จะทำการศึกษาและอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป   การให้วิธีสอน  การอบรมและให้ความรู้สึกกลัวว่า  หากไม่อนุรักษ์แล้วจะเกิดผลเสียเกิดอันตรายแก่ตนเอง  จะทำให้เด็กเกิดความเครียด  ซึ่งจะเป็นผลเสียแก่ประเทศในระยะยาว
            โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ  ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริจัดตั้งงาน   สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน  เพื่อเป็นสื่อในการสร้างจิตสำนึกด้านอนุรักษ์พันธุกรรมพืชโดยให้เยาวชนนั้นได้ใกล้ชิดกับพืชพรรณไม้   เห็นคุณค่าประโยชน์   ความสวยงาม   อันจะก่อให้เกิดความคิดที่จะอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป
จากพระราชดำริและพระราโชวาทของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในเรื่องของสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน  ซึ่งมีความสอดคล้องกับงานปกติในเรื่องของการเรียนการสอน  และในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา  ซึ่งเน้นให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง  ดังนั้นทางโรงเรียนจึงได้ ดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
2. วัตถุประสงค์
1.      เพื่อสร้างจิตสำนึกให้นักเรียน  มีความรัก  และเห็นคุณค่าของพรรณไม้
2.      เพื่อให้โรงเรียนเป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้  ข้อมูลพรรณไม้ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา 
3.      เพื่อใช้เป็นแหล่งพักผ่อน
4.      เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน
5.      เพื่อเป็นแหล่งความรู้ที่เปรียบเสมือนเป็นครูที่พูดไม่ได้
ประโยชน์ที่ได้รับจากการดำเนินงาน
1.      เกิดความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับครู และนักเรียน 
2.      เป็นแหล่งข้อมูลพืชพรรณไม้นานาชนิด
3.      ผู้ปฏิบัติรู้จักใช้สื่อธรรมชาติที่มีอยู่รอบตัวรู้จักตั้งคำถาม  หาคำถาม  ช่างสังเกต  และค้นคว้า
4.      มีจิตใจที่อ่อนโยน  เห็นประโยชน์และคุณค่า  ทำให้เกิดความรักในพืชพรรณไม้  ไม่ทำลาย
และมีแนวคิดที่อนุรักษ์สืบไป
3. เป้าหมาย
3.1 ปริมาณและคุณภาพของผลผลิต
            ด้านปริมาณ
3.1.1 มีนักเรียนโรงเรียนกลันทาพิทยาคม เข้าร่วมโครงการจำนวน 30 คน
      3.1.2 จำนวนพรรณไม้ในสวนพฤกษศาสตร์
ด้านคุณภาพ
      3.1.3 นักเรียนโรงเรียนกลันทาพิทยาคม มีจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์พรรณไม้
เพื่อประโยชน์ส่วนรวม และมีความรักความสามัคคีในหมู่คณะ
3.2 กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์
3.2.1 นักเรียนโรงเรียนกลันทาพิทยาคม ที่เข้าร่วมโครงการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนมี
จิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์พรรณไม้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมและปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี
3.2.2 โรงเรียนกลันทาพิทยาคม มีสวนพฤกษศาสตร์พรรณไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้นักเรียน
มีสถานที่พักผ่อนจากการเรียน และยังเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนได้เป็นอย่างดี
3.3 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
นักเรียน ครู ผู้บริหารโรงเรียน นักการภารโรงของโรงเรียนกลันทาพิทยาคม
4. ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ
            นักเรียนโรงเรียนกลันทาพิทยาคม ที่เข้าร่วมโครงการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนมีจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์พรรณไม้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม และปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียนทั่วไป และโรงเรียนมีสวนพฤกษศาสตร์พรรณไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนได้เป็นอย่างดี
5. สถานที่ดำเนินการ
โรงเรียนกลันทาพิทยาคม อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
6. วิธีดำเนินงาน(อธิบายขั้นตอนดำเนินการในแต่ละกิจกรรม)
ที่
กิจกรรม
ระยะเวลา
ผู้รับผิดชอบ
หมายเหตุ
1
เสนอโครงการ
 17 มิ.ย.56
นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู

2
ประชุมเตรียมการ
 24 มิ.ย.56
-นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
-นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ

3
ประชุมนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู, นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
25 มิ.ย.56
นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู

4
ประกาศรับสมัครนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่ม
8-22 ก.ค.56
นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู

5
แต่งตั้งกรรมการดำเนินงาน
1 ส.ค. 56
นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู

6
เริ่มดำเนินกิจกรรม
8 ส.ค.56
ถึง 10 ส.ค.56
-นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
-หัวหน้านักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
-นักเรียนที่มีจิตอาสาเข้าร่วมโครงการ

7.
สรุป ประเมินผลรายงาน
17 ส.ค.56
-นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู


7. แผนปฏิบัติงาน

กิจกรรม/ขั้นตอน
ปริมาณงาน
ระยะเวลา

ผู้รับผิดชอบ
จำนวน
หน่วย
มี.ค.
56
เม.ย.
56
พค.
56
มิ.ย.
56
ก.ค.
56
ส.ค.
56
ก.ย.
56
เสนอโครงการ





/



นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
ประชุมเตรียมการ





/



ประชุมนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู, คณะกรรมการนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ





/



ประกาศรับสมัครนักเรียนที่มีจิตอาสา






/


แต่งตั้งกรรมการดำเนินงาน







/

นักศึกษาฝึกประสบ
การณ์วิชาชีพครู
เริ่มดำเนินกิจกรรม






/
/
/
นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
สรุป ประเมินผลรายงาน








/
นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
8. งบประมาณ  จำนวน 900  บาท ( เก้าร้อยบาทถ้วน ) รายละเอียดมีดังนี้ 
8.1 เงินงบประมาณ  900  บาท
9. รายละเอียดประมาณการค่าใช้จ่ายแต่ละกิจกรรม 
ลำดับที่
งบรายจ่าย
จำนวนเงิน
คำอธิบาย
1
ค่ากระดาษพิมพ์ทะเบียนพรรณไม้
100 บาท
ค่ากระดาษพิมพ์เกียรติบัตรเดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 จนถึงเดือนสิงหาคม 2556
2
ค่าวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น
 800 บาท
-หมึกพิมพ์หมึกพิมพ์ทะเบียนพรรณไม้
-กระดาษพิมพ์ทะเบียนพรรณไม้
-อื่นๆ ที่จำเป็น
ค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 900  บาท ( เก้าร้อยบาทถ้วน )
10. ระยะเวลาในการดำเนินงาน
            วันที่ 17 มิถุนายน 2556 ถึง วันที่ 17 สิงหาคม 2556
11.ผลที่คาดว่าจะได้รับ     
นักเรียนโรงเรียนกลันทาพิทยาคม ที่เข้าร่วมโครงการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนมีจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์พรรณไม้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียนทั่วไป สภาพแวดล้อมเหมาะสมแก่การเรียนรู้ และกิจกรรมในโครงการนี้ช่วยให้นักเรียน ครู มีความรัก
ความสามัคคี
12. ความคิดเห็นของผู้บริหาร



ลงชื่อ                                    ผู้อนุมัติโครงการ
                                                                                 ( นายมานัส    เวียงวิเศษ )
                                                                      ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนกลันทาพิทยาคม


ภาคผนวก 

สำรวจพรรณไม้ในพื้นที่ศึกษา
วัตถุประสงค์                                                                                                                                                   1. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถบันทึกและจดจำพรรณไม้ในพื้นที่ศึกษาได้                                                           2. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้เบื้องต้น                                                                                       3. เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักวิธีการสำรวจพรรณไม้เบื้องต้น
วิธีการศึกษา                                                                                                                                              1. เดินสำรวจพรรณไม้ในพื้นศึกษา                                                                                                             
2. สังเกต บันทึกความแตกต่างของพรรณไม้ ที่ปรากฏในพื้นที่ศึกษา                                                    
3. บันทึก และสรุปข้อมูลพรรณไม้ตามลักษณะวิสัย ชนิด จำนวน ในพื้นที่ศึกษางลงในตารางบันทึกผล

ตารางบันทึกผลการสำรวจพรรณไม้ในพื้นที่ศึกษา                                                     
โรงเรียนกลันทาพิทยาคม     พื้นที่ศึกษา สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
วัน เดือน ปี
ชื่อพรรณไม้
จำนวนต้น
ลักษณะวิสัย
8 ..56  -  10 ..56
ต้นประดู่
12
ไม้ต้น
8 ..56  -  10 ..56
คูน ราชพฤกษ์ ลมแล้ง
1
ไม้ต้น
8 ..56  -  10 ..56
ดอกปีบ
2
ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
8 ..56  -  10 ..56
สะเดา
2
ไม้ยืนต้น
8 ..56  -  10 ..56
ต้นตะโก นมงัว  มะโก  มะถ่าน
10
ไม้ประดับ
8 ..56  -  10 ..56
ต้นข่อย
6
ไม้ยืนต้นขนาดกลาง
8 ..56  -  10 ..56
ต้นกระถินณรงค์
2
ไม้ยืนต้น
8 ..56  -  10 ..56
ต้นไผ่
8
ไม้ยืนต้นจัดไว้ในวงศ์เดียวกับหญ้า
8 ..56  -  10 ..56
กัลปพฤกษ์
2
ไม้ยืนต้น
8 ..56  -  10 ..56
มะม่วง
1
ไม้พุ่มยืนต้น
8 ..56  -  10 ..56
ขี้เหล็กบ้าน
1
ไม้ยืนต้น
8 ..56  -  10 ..56
ต้นโพธิ์
2
ไม้ต้นใหญ่
8 ..56  -  10 ..56
มะค่าแต้
8
ไม้ต้น 
8 ..56  -  10 ..56
ต้นอะราง
3
ไม้ยืนต้น
8 ..56  -  10 ..56
ต้นสาละ
1
ไม้ยืนต้น
8 ..56  -  10 ..56
ตะคร้อ
1
ไม้ยืนต้น
8 ..56  -  10 ..56
ต้นตีนเป็ด
3
ไม้ยืนต้น

ผลที่คาดว่าจะได้รับ                                                                                                                                 1. รู้ข้อมูลประเภท ลักษณะวิสัย ชนิด จำนวนของพรรณไม้ในพื้นที่ศึกษา                                      
2. รู้การวางแผนการสำรวจและการทำงานเป็นระเบียบ              
3. รู้ทักษะในการสำรวจ สังเกต บันทึก